วันนี้ (12 พ.ค. 69) นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน พร้อมด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตรัง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตรัง นายอำเภอปะเหลียน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง (ศวพ.ตรัง) ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เพื่อบูรณาการการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้เข้าถึงเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ รองผู้ว่าฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปภารกิจของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง ซึ่งครอบคลุมภารกิจสำคัญ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืช การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการอารักขาพืช การส่งเสริมองค์ความรู้ทางวิชาการเกษตรแก่หมู่บ้านและชุมชน การทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบของคนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมหารือเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการของหน่วยงาน เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและส่งเสริมภารกิจให้ครอบคลุมทุกมิติ มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรตามแนวทางของรัฐบาล
หลังจากตรวจเยี่ยมหน่วยงาน นายอภิชาติ สาราบรรณ์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานการประชุม คณะทำงานพัฒนาและต่อยอดการใช้ประโยชน์โครงการฝายคลองลิพังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยมีประเด็นสำคัญจากการประชุม ดังนี้ เร่งแก้ปัญหาและอุปสรรค ที่ประชุมได้วิเคราะห์ข้อจำกัดของศูนย์เรียนรู้ฯ ในปัจจุบัน เช่น การใช้พื้นที่ยังไม่เต็มศักยภาพ ขาดบุคลากรและวิทยากรหลักประจำศูนย์ฯ รวมถึงการขาดส่วนร่วมของชุมชนในบางส่วน ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โมเดลการทำงาน “เกษตรกรดูแล ส่วนราชการเป็นพี่เลี้ยง” มีการวางระบบการบริหารจัดการฐานเรียนรู้ให้ชัดเจน โดยมอบหมายเกษตรกรรับผิดชอบแปลงควบคู่กับมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นที่ปรึกษา อาทิ แปลงพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน เกษตรกรผู้ดูแลคือ นายพนมพร เรืองช่วย และนายวีรวัฒน์ ชูธนกุล ฐานประมง (ปลา/กบ): เกษตรกรผู้ดูแลคือ นายประพันธ์ หนูหัน ฐานการปลูกสมุนไพร บูรณาการร่วมระหว่าง อบต.ลิพัง และ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง แผนงานในอนาคต (ปีงบประมาณ 2570) เตรียมเสนอโครงการขยายผลการพัฒนาฯ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร เน้นกิจกรรมส่งเสริมและแปรรูปสมุนไพร รวมถึงการปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
การลงพื้นที่และประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอปะเหลียนสืบไป